ผู้ประกอบการธุรกิจเช่ารถบ้านได้รับข่าวดีในช่วงต้นปี 2569 เมื่อยอดจองพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด สวนกระแสเศรษฐกิจที่หลายภาคส่วนยังคงซบเซา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติจากยุโรปและอเมริกา เลือกการเดินทางสไตล์ Road Trip ด้วยรถบ้านเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นการยืนยันเทรนด์การท่องเที่ยวแบบอิสระที่กำลังมาแรงแซงโค้ง และถือเป็นโอกาสทองของธุรกิจนี้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตคือการปรับตัวของผู้ให้บริการ ที่หันมานำเสนอแพ็คเกจเช่ารถบ้านพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ใช่แค่รถเปล่าๆ อีกต่อไป แต่รวมถึงบริการวางแผนเส้นทาง, จุดจอดรถบ้านที่ปลอดภัย, และกิจกรรมเสริมระหว่างทาง ทำให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยรถบ้านน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น “แคมป์เปอร์แวน ไฮฟ์” ผู้ให้บริการเช่ารถบ้านรายใหญ่ ได้เปิดตัวเส้นทางใหม่ “ล้านนา โร้ดทริป” ที่รวมการเยี่ยมชมไร่ชา, วัฒนธรรมพื้นเมือง และลานจอดรถบ้านที่ได้มาตรฐานในภาคเหนือ ทำให้ยอดจองเต็มล่วงหน้าไปหลายเดือน
นอกจากนี้ กฎระเบียบที่กำลังจะมีการปรับปรุงเกี่ยวกับการตั้งแคมป์และการจอดรถบ้านในบางพื้นที่ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและเตรียมความพร้อม โดยภาคเอกชนหลายรายเริ่มจับมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนา “ลานจอดรถบ้าน” หรือ “แคมป์ไซต์” ที่ได้มาตรฐาน มีระบบสาธารณูปโภครองรับ และระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความต้องการของนักท่องเที่ยวและข้อกำหนดด้านกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวอย่าง ดร.สมศักดิ์ เจริญดี จากสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า “การเติบโตของธุรกิจเช่ารถบ้านสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยว ที่มองหาความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่น และประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปจากเดิม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและบริการเสริมจะทำให้ธุรกิจนี้ยั่งยืนและมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลก”
สำหรับคำถามที่ว่าเช่ารถบ้านเที่ยวต่างจังหวัดราคาเท่าไหร่? ปัจจุบันราคาเช่ารถบ้านมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ, สิ่งอำนวยความสะดวก, ระยะเวลาการเช่า และแพ็คเกจเพิ่มเติม โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 – 8,000 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการเข้าพักโรงแรม และยังได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบอิสระขั้นสุด
เรียกได้ว่า ทิศทางของธุรกิจเช่ารถบ้านกำลังไปได้สวย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งการเดินทางแบบ ‘Road Trip’ ที่จะพลิกโฉมการท่องเที่ยวในประเทศไทย นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงไม่ควรมองข้ามโอกาสทองนี้
